ระยะเวลาจัดงาน: 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2554
สถานที่: ณ กราฟคาเฟ่, สังขละบุรี

เป็นเรื่องจริงที่ชีวิตเรามีขึ้นมีลง มีตรงมีอ้อม
เป็นเรื่องจริงที่เราไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เฉยๆ แม้ในเสี้ยววินาที
เป็นเรื่องจริงที่เราจดจำและหลงลืมเรื่องราวหรือภาพเบื้องหน้าภายในเสี้ยววินาทีถัดไป
เป็นเรื่องจริงที่เรากลับจดจำความเป็นจริงบางอย่างที่เข้ามาไปตราบนานเท่านาน
เป็นเรื่องจริงที่เราพบ เราพราก เราประทับใจ เราเศร้าใจกับใครบางคน
เป็นเรื่องจริงที่เราอิ่มเอมใจกับบางสถานที่ที่เราบังเอิญไปพบเจอ
เป็นเรื่องจริงที่เราอยากที่จะพูด จะบอก ความจริงที่สวยงามให้ใครสักคนฟัง
เป็นเรื่องจริงที่เราอยากจะฟัง อยากจะรับรู้ ความจริงที่งดงามจากใจใครสักคน
เป็นเรื่องจริงที่เรารู้สึกไม่ต่างกัน
แล้วก็เป็นเรื่องจริงที่เราบังเอิญมาพบกัน
และก็เป็นเรื่องจริงที่เราต่างเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันได้
ซึ่งหากเราไม่ได้คาดกันในเสี้ยววินาทีแรกเสียก่อน
ในชีวิตประจำวันจึงเกิดเรื่องราวเล็กๆ ที่น่าจดจำมากมาย
บางครั้งอุปสรรค์ก็ทำให้เราตาสว่าง
บางทีปัญหาก็ทำให้เราพบความสวยงามในชีวิต
บางครั้งสิ่งสวยงามที่ได้พบนั้นยากที่จะบอกให้ใครๆ ได้รับรู้
เป็นเรื่องจริงที่เราถูกฝึกให้ตรงไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จในชีวิต”
และความสำเร็จก็ทำให้เราหลงลืม ละเลยรอบข้างๆ ของชีวิต
และเป็นเรื่องจริงที่ยิ่งละเลย หลงลืม เรื่องราว เล็กๆ รอบตัว มุ่งตรงไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า
เรากลับไม่สนุกในชีวิต ไม่ได้พิถีพิถันในการใช้ชีวิตเท่าที่ควร
มองข้ามและหลงลืมไปว่าเรื่องราวบางอย่างเสียเวลา
และเป็นเรื่องจริงที่เราลืมไปว่าถนนหนทางของชีวิตไม่ได้ตัดเป็นเส้นตรงเสียทีเดียว
ช้าและเสียเวลาอ้อมบ้างก็ทำให้ชีวิตสำราญและมีความสุขมากขึ้น
บางชีวิตเลือกที่จะใช้เวลา เสียเวลา หรือให้เวลา ในแต่ละวัน เดือน หรือปีๆ
เพื่อการค้นหา เพื่อการให้ เพื่อการเรียนรู้ หรือแม้กระทั่งเพื่อการดำรงอยู่
อย่างปราศจากเงื่อนไขด้านมูลค่า เงินตรา
หลายชีวิตเลือกที่จะมาอาศัยในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
เราพบกันที่กราฟคาเฟ่ แลกเปลี่ยนและชักชวนกัน
เพื่อที่จะบอกเล่ามุมมอง ความคิด ความสนใจ สะท้อนแง่มุมของแต่ละคน
โดยอาศัยเมืองสังขละบุรีเป็นฉากชีวิต
ต่างคนต่างมีวัตถุดิบ มีความคิด มีความต่างทั้งเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรม
ภาพถ่ายจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยสะท้อนของความคิดความต่างเหล่านั้น
เพื่อให้เห็นความงาม ความจริง และเป็นแรงบันดาลใจต่อกัน
จึงเกิดเป็นนิทรรศการภาพถ่ายเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและฝากแง่มุมที่ว่า
“เพราะชีวิตไม่ได้เป็นเส้นตรง”
It’s true that life has ups and downs, the direct and indirect, that we didn’t stay still at the same place even for an instant, that we remember and then forget issues instantly-as pictures in front of us, then gone.
It’s true that we remember some things for a very long time, that we meet, part from, are impressed by & become sad about someone.
It’s true we appreciate some places come across by accident.
It’s true we want to listen, to hear real grace from the heart of someone.
It’s true we feel no different from each other.
It’s true that we met each other by accident.
It’s true that we have similar strengths to inspire each other, It we do not miss each in the first instant.
Many events occur daily that should not be forgotten.
Many barriers give us “shining eyes” or understanding.
Some problems lead us to the graceful in life.
Some graceful things are difficult to tell to others.
It’s true that we are trained to go direct to that called “success in life”
This success makes us miss much of life.
It’s true the more we ignore and forget the little things & focus straight ahead only, on the target, the less we enjoy life.
It’s true that we forget the road of life does not cut a straight line, better to slow down & take time to go by some roundabout way that makes life feel cheerful and brings much happiness.
Some live choose to spend, waste or give days, months or years searching for forgiveness, learning for fiduciary matters.
Many lives choose to live in this small town. We met at “graph café & exchange, persuade & induce each other, sharing thoughts, ideas, interests, reflections & viewpoints.
Each person living in the Sangkhlaburi theatre has different raw material & thoughts, nationality, race, language and culture.
Photography, then, helps to reflect different thoughts, beauty & truth to strengthen & inspire each other.
So, the “photography exhibition” is born, telling the story, “Because life is not a straight line”.
นิทรรศการภาพถ่าย “เพราะชีวิตไม่ได้เป็นเส้นตรง”
เกิดจากการพบเจอกันระหว่างที่เราอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ ริมชายแดนอำเภอสังขละบุรี ต่างคนต่างมาจากคนละที่ มีที่มาแตกต่างกันทั้งเชื้อชาติและภาษา เราพูดคุยกันและต่างพอใจในสิ่งที่เมืองนี้เป็น ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องราวรายละเอียดที่แต่ละคนสนใจ ต่างคนต่างเก็บรายละเอียดนั้นไว้เหมือนวัตถุดิบที่เป็นประวัติศาสตร์ของแต่ละคน ภาพถ่ายก็เป็นอีกวัตถุดิบหนึ่งที่ถูกบันทึกเก็บไว้ในระยะเวลาและความสนใจของแต่ละคน ต่างคนต่างเก็บเรื่องราวใส่ไว้ในภาพถ่ายเหล่านั้นอย่างมีชีวิตชีวา เป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องราวเล็กๆ ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันซึ่งแตกต่างจากผู้ที่เดินทางผ่านมาและผ่านไป การอยู่อาศัยที่นี่ เมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลความเป็นเมืองและโลกแห่งความเป็นจริงพอสมควร บางครั้งก็ยากที่จะให้คนที่เดินทางมาชั่วคราวเพียงไม่กี่คืนมองเห็นและสัมผัสได้
ภาพถ่ายของแต่ละคนที่ถูกเก็บไว้เหล่านั้นได้นำมาแลกเปลี่ยนและทำให้เกิดแรงบันดาลใจต่อกัน เป็นภาพถ่ายที่เกิดจากการบันทึกเป็นสำคัญ ไม่ได้ใช้ทักษะหรือความชำนาญเฉพาะทางในการถ่ายภาพอย่างเป็นอาชีพ
จากไฟล์ภาพนับพันของ 7 คน คัดมาในมุมที่อยากสื่อสารได้ 70 ภาพ ที่อาจจะสะท้อนแง่มุมของเมืองสังขละบุรีได้อีกมุมมองหนึ่ง และเป็นโอกาสดีที่จะนำภาพเหล่านั้นสื่อสารระหว่างคนภายในท้องถิ่นและคนต่างถิ่นได้เห็น ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อไปในมุมอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่สังขละบุรีเป็นเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยวเพียงแค่นั้น ซึ่งยังมีมุมเล็กๆ ที่ใครๆ อาจจะไม่มีโอกาสได้มองเห็น
ขณะเดียวกัน เราก็อยากให้เกิดประโยชน์จากการสื่อสารนี้ โดยจะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายภาพและโปสการ์ดภายในงาน นำไปใช้ประโยชน์เพื่อชุมชน โดยการมอบให้กับโครงการสุนัขไร้บ้านซึ่งเป็นโครงการของอาสาสมัครชาวอังกฤษที่เข้ามาอุทิศตนให้กับการเยียวยารักษาและดูแลสุนัขไร้บ้านที่เป็นปัญหาหนึ่งในสังคมขณะนี้ต่อไป
ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย
Photographers
1 สุธิรา รักเหลือ (Suthira Rakrual) / Thai
2 Cali & Sine / England & Thai
3 Mark Curragh / New Zealand
4 Jemma Ashford / England
5 Pone Pone / Mon
6 สันติ ศิริธีราเจษฎ์ (Santi Siritheerajesd) / Thai
7 ฆฤพร สาตราภัย (Karuoporn Satrabhaya) / Thai