
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และบรรดาเสนาธิการทหารผู้ติดตามระหว่างงานเลี้ยงในภัตตาคารเลอเวนเบราเคลแลร์ นครมิวนิก เมื่อวันที่ 18 ธันาวคม 1941 จากการบันทึกของฮูโก ยาเอเกอร์
............................................
เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสของคนทั่วทุกมุมโลก นิตยสารไลฟ์แมกกาซีนในสหรัฐฯ ได้หยิบภาพบรรยากาศงานเลี้ยงอันหาดูยากของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีและบรรดาผู้ติดตามออกมาเผยแพร่ภาพ
ภาพชุดที่เพิ่งตีพิมพ์ออกสู่สายตาสาธารณชนชุดนี้ได้รับการบันทึกเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1941 โดยฮิตเลอร์ และบรรดานายพลของเขากำลังกินโต๊ะในงานเลี้ยง สำหรับนักเรียนนายร้อยฝึกหัดของทางพรรค ณ นครมิวนิก
ทว่างานเลี้ยงดังกล่าวแตกต่างจากคำว่าคริสต์มาสอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มีความเชื่อ ว่า จักรวรรดิเยอรมนีอันเกรียงไกรมากว่า 1,000 ปีของเขาไม่เคยมีศาสนา ดังนั้นเขาจึงสรรเสริญ มหาเทพโอดินแห่งเทพปกรณัมนอร์ส แทนที่นักบุญนิโคลัส หรือ ซานตา คลอส อีกทั้งยังโฆษณาชวนเชื่อให้ชาวเยอรมนีเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าวในฐานะวันหยุดยาวช่วง เหมายัน (winter solstice) ซึ่งเป็นช่วงที่มีกลางคืนยาวนาน แทนที่การเฉลิมฉลองให้กับเทศกาลคริสต์มาส
ภาพชุดนี้เผยให้เห็น ว่า ฮิตเลอร์นำเครื่องหมายสวัสดิกะมาประดับต้นคริสต์มาสแทนตุ๊กตาเทวดา-นางฟ้า และไม้กางเกน ภาพชุดนี้ได้รับการบันทึกโดยฮูโก ยาเอเกอร์ ช่างภาพส่วนตัวของท่านผู้นำอาณาจักรไรซ์ที่สาม
ในช่วงสิ้นสุดสงคราม ยาเอเกอร์ได้ฝังภาพทั้งหมดพร้อมกับโหลแก้วบริเวณชานเมืองมิวนิก ด้วยเกรง ว่า หากถูกตรวจพบ ภาพทั้งหมดจะถูกยึดไป ทว่า ต่อมาเขาได้ขายภาพชุดนี้ให้กับนิตยสารไลฟ์แมกกาซีนในสหรัฐฯ ซึ่งได้ตีพิมพ์ภาพเทศกาลที่คล้ายคลึงกับคริสต์มาสของฮิตเลอร์ออกมาในช่วงนี้
ต่อมาในช่วงระหว่างปี 1944 - 1945 นาซีพยายามฟื้นฟูเทศกาลคริสต์มาสขึ้นมาใหม่ แต่เพื่อให้เป็นวันรำลึกถึงผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเพื่อไว้อาลัยบรรดาทหารที่พลีชีพ ทั้งนี้ในช่วงเวลานั้นทหารเยอรมนีต้องสังเวยชีวิตให้กับสงครามไปเกือบ 4 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม แม้ชาวเยอรมนีในช่วงนั้นจำนวนมากจะอบเค้กและขนมปังกรอบเป็นรูปเครื่องหมายสวัสดิกะ และตกแต่งต้นไม้ด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ชวนให้คิดถึงระบอบการปกครองของนาซี แต่ชาวเยอรมนีส่วนใหญ่ยังคงเรียกเทศกาลนี้ ว่า "คริสต์มาส"

บรรดานักเรียนนายร้อยภายใต้ร่มธงสวัสดิกะ
..........................
บรรยากาศการดื่มด่ำกับมื้อค่ำ ที่ท่านผู้นำนาซีเปลี่ยนการเทศกาลคริสต์มาสเป็นงานฉลองวันหยุดในช่วง เหมายัน (winter solstice)