ดนตรีหล่อเลี้ยงชีวิต

 

มุมกล้องที่ชวนฝัน ราวกับภาพวาดจับวาง นี่แหละที่ได้คะแนนเต็มจากเรา และบางภาพก็แฝงนัยสำคัญไว้โดยปราศจากบทสนทนา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเช่นนี้ตลอดเรื่อง...



เพราะอารมณ์ความคิดถึง “ทาดาโนบุ อาซาโนะ” แท้ๆ เลยเชียว หนังเรื่องนี้จึงถูกหยิบออกมาดู

อาจจะเก่าล้าไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เราได้เห็นอะไรประหลาดๆ อีกตั้งมากมาย จากพล็อตที่ว่าด้วยโรคระบาด การฆ่าตัวตาย วงดนตรีบำบัดใจ ขาดไม่ได้คือ ทาดาโนบุ อาซาโนะ ในบทถนัดของเขา เพี้ยนเพ้อปนพิลึก และเท่แบบอาร์ตแตก


Eli, Eli, Lema Sabachthani? มุ่งนำเสนอเรื่องราวที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร ไม่ใช่หนังที่คนดูจะหยั่งรู้เสียหมดทุกสิ่ง บางอย่างงงๆ เง็งๆ บางฉากก็ต้องตีความ สรุป...คือทั้งเหนื่อย ทั้งสนุก ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ คละเคล้ากันไป

ไม่เพียงแค่นั้น หนังยังแอบเก๋ด้วยการยั่วล้อระหว่างความจริงและจินตนาการ ตัดสลับไปมา เมื่อดูซ้ำๆ จึงรู้สึกได้ในเจตนาของผู้กำกับ “ชินจิ โอะยามา” (Desert Moon ปี 2001/Eureka ปี 2000 เข้าชิงปาล์มทองคำที่เมืองคานส์ 2 ปีซ้อน) ว่าไม่ใช่ (อยาก) เก๋อย่างเดียว แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งซ่อนเร้นเอาไว้อยู่เยอะทีเดียว (อืม...แต่กว่าจะบางอ้อก็ทำเอามึนไปหลายตลบอยู่อ่ะ)

มุมกล้องที่ชวนฝัน ราวกับภาพวาดจับวาง นี่แหละที่ได้คะแนนเต็มจากเรา และบางภาพก็แฝงนัยสำคัญไว้โดยปราศจากบทสนทนา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเช่นนี้ตลอดเรื่อง

เรียกว่าเป็นจุดแข็งและจุดขายของหนังได้สบายๆ ยิ่งคนที่รักการถ่ายภาพละก็ ขอบอกไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะการจัดองค์ประกอบภาพน่าสนใจและน่าค้นหาเอามากๆ ระยะใกล้ไกลสื่อถึงความคิดของตัวละครได้ดี



ส่วนผู้ชื่นชอบหนังเพลงที่ไม่ได้เน้นการเปล่งเสียงร้องดังแปดหลอด Eli, Eli, Lema Sabachthani? ก็ถือเป็นทางเลือกที่แปลกแตกต่างแต่จริงใจไม่น้อย เสียงดนตรีสอดแทรกอยู่อย่างต่อเนื่อง หลากหลายจังหวะนั้น อ้อยอิ่ง เนิบนาบ นุ่มนวล หรือบางครั้งกระแทกกระทั้นหนักหน่วง จึงแทบไม่ต่างกับการนั่งชมคอนเสิร์ตที่ขนวงดนตรีมาปะทะฝีมือกันสุดขั้ว


ด้วยความที่หนังพยายามสะท้อนชีวิตนักดนตรีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งออกตระเวนแบกอุปกรณ์บันทึกเสียงไปยังทุกสถานที่ เพื่อเก็บรวบรวมทำเป็นจังหวะบำบัดผู้ป่วยติดเชื้อโรคร้าย เสียงบี้มะเขือเทศสุก เสียงควักไส้พริกหยวก เสียงเหวี่ยงท่อยาง เสียงกังหันลม เสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่ง เสียงกองเพลิงในพิธีเผาศพ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสรรพสำเนียงที่ถูกสรรค์สร้างขึ้น

เสียงนั้นมีความหมายในการต่อชีวิตคนคนหนึ่ง เพราะมันเป็นเสมือนผู้มีหน้าที่ปลดปล่อยพันธนาการหัวใจที่จมปลักอยู่กับความ (อยากฆ่าตัว) ตายให้พังทลายลง

ขณะเดียวกันเสียงนั้นก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่าต่อผู้บันทึกเสียง เพราะมันคือสิ่งที่คอยหล่อเลี้ยงให้พวกเขา (อยาก) มีชีวิตในวันข้างหน้าแม้ว่าโลกอาจจะทวีความโหดก็ตาม

เพราะ...ดนตรีไม่เคยทำร้ายคน และคนจึงยังต้องพึ่งดนตรี

Eli, Eli, Lema Sabachthani?
ปี 2005
ประเภท ชีวิต/เพลง/ไซ-ไฟ
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
ความยาว 107 นาที
กำกับ+เขียนบท ชินจิ โอะยามา
แสดงนำ ทาดาโนบุ อาซาโนะ/อาโออิ มายิซากิ/มาซายะ นากาฮาระ/มาริโกะ โอคาดะ

 

 

 

 

โดย: วิชช์ญะ ยุติ

ที่มา: posttoday   19 ธันวาคม 2553 

Views: 63

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service