สิ่งที่ผมรู้ คือ ผมไม่รู้อะไรเลย

สำหรับคนที่อ่านวลีนี้แล้ว เริ่มต้นอ่านอาจสงสัย งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง และอาจบอกกับคนที่อยู่ใกล้ๆๆๆๆหรือไกลๆๆๆๆๆ หรือไม่มีอยู่ข้างกายท่านแม้สักคนหนึ่ง ถูกโยนทิ้งไว้ตามลำพังว่า แม่...........ง เหี้.........................ไรเนี่ย กวนตีนว่ะ ตกลงแล้วมึงรู้รึไม่รู้ว่ะ

เพื่อให้ท่านได้รู้หรือไม่รู้เรื่องหรือไม่อยากรู้ก็ตามแต่ได้รู้ ไม่แปลกเลย เพราะวินาทีแรกที่ผมเปิดเจอก็ตะโกนเสียงดังในใจว่า แล้วที่ผ่านมากูจะรู้อะไรบ้างว่ะเนี่ย หนังสือเล่มนี้ถูกตั้งอยู่กลางร้านหนังสือบนชั้นที่บ่งบอกว่าเป็นหนังสือแนะนำให้คนอ่านแต่รอบกายของผมในเวลานั้นเหมือนผมอยู่ตัวคนเดียวภายในโลกใบใหญ่นี้ ภายในห้าง สรรพสินค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาเดินเล่นบ้าง ซื้อหาสิ่งของที่ต้องการในการดำรงชีวิตหรืออาจเพียงเพื่อตอบสนองความอยากส่วนตัว เพื่อก้าวให้ทันตามยุคสมัยหรือเพื่ออะไรก็ตาม ซึ่งดูเหมือนว่าจะยกเปนเหตุผลหรือข้ออ้างสนับสนุน ความต้องการนั้น ซึ่งเมื่อได้มาแล้วก็รู้สึกมีความสุขที่ได้เป็นเจ้าของครอบครองมันไว้กับตัว และเมื่อมีของใหม่ที่น่าสนใจกว่าก็ไปสรรหามาครอบครองต่อไปเรื่อยๆๆอย่างนี้

โดยที่ข้อความหรือคำพูดนี้เปนหนึ่งในส่วนหนึ่งหนังสือ 60 คำคมกับอัจฉริยะบุคคล ประโยคหรือวลีที่กล่าวขึ้นนี้ เป็นคำกล่าวของนักปรัชญา นักคิด สมญานามว่า

โสกรากติส ที่มิได้มีความหมายแต่อย่างใดอย่างหนึ่งว่า คนที่ทำงานศิลปะแล้วทำตัวโสโครกเป็นขี้กรากขี้เกรื้อนหรือเป็นอาวุโสที่ไหน ซึ่งผมมีความเชื่อว่า หลายๆๆ ท่านในที่นี้มีองค์ความรู้ ความสามารถมีการศึกษามากพอที่จักหรือเคยได้ยินได้ศึกษาประวัติของชายผู้นี้ สำหรับท่านที่อาจจะเคยรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อนี้มาแล้วไม่มากก็น้อย นั้นเป็นเรื่องของท่าน แต่ผมก็จักขอบอกกล่าวถึงอัตตชีวประวัติ ผลงาน แนวคิดลัทธิอุดมการณ์ความเชื่อของชายผู้นี้เพียงพอแก่ความเข้าใจข้างต้นเล็กน้อย สำหรับท่านที่มีความรู้จักท่านผู้นี้เป็นการส่วนตัวแล้วมีข้อโต้แย้งใดๆ ก็รบกวนท่านเพิ่มเติมแก้ไขแนะแนวทางที่ท่านศึกษามาได้อย่างเต็มที่

โสกรากติส เป็นนักปรัชญา นักคิด นักเขียนและเป็นผู้นำของความคิดความเชื่อหลายๆอย่าง มีตักศิลาเคลื่อนที่ มีลูกศิษย์ที่ติดตามศึกษาและยึดปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาของท่านหลายคน

ซึ่งวลีหรือเสียงที่เปล่งออกจากริมฝีปากของ

โสกรากติสนั้น เราซึ่งเกิดหลังจากสังคมยุคนั้นมีวิถี วัฒนธรรมที่แตกต่างควรที่จะคิดและศึกษาวิเคราะห์ดู ซึ่งในยุคสมัยที่เทคโนโลยีแต่กาลก่อนยังมิได้พัฒนาและก้าวหน้าอย่างในปัจจุบัน เราอาจคิดหลงทะนงตัวเองว่า ข้านี้แน่นอนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นกูรู gOOgle กูเกิ้ลในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี

เปนอับดุลถามไรตอบได้ ถามไรรู้หมด แต่ทว่าบางครั้งเราคิดว่าเราเข้าใจเหตุผลรู้เรื่อง แต่บางทีสิ่งที่เคยคิดว่ารู้อาจจะไม่รู้อะไรเลยก็ได้

ในสังคมทุกวันนี้เราสามารถค้นหาหรือติดตามใครก็ได้ เราสามารถเรียนโดยไม่ต้องเดินหรือนั่งเรือบ้างโหนรถเมล์บ้างหรือมีคนขับรถไปส่งโรงเรียน บางคนทั้งชีวิตอาจไม่เคยต้องออกไปไหนเพราะนั่งติดแต่หน้าคอมพิวเตอร์เล่นเกมปลูกผักทำกับข้าวแต่หน้าคอมพิวเตอร์จนในชีวิตจริงแทบทำไรไม่เป็น คุยกับเพื่อนหาแฟนหากิ๊ก หรือจะดูคล้ายกับเหมือนว่าเพื่ออะไรก็แต่เหตุนานัปการที่จะยกขึ้นอ้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดความสุขขึ้นบ้าง ผมก็ไม่รู้เพราะเป็นเรื่องของท่านอีกนั่นแหละ เพราะผมมิได้นั่งบนบัลลังค์พิพากษาชีวิตใครได้และก็มิใคร่กระสันทางนี้

แต่สิ่งที่ผมคิดว่า ผมรู้และผมอยากบอกให้ทุกท่านรู้แต่ท่านอาจไม่ต้องคิดเหมือนผมก็ได้ สิ่งที่เราควรรู้ก็คือตัวของเราเองจิตใจของเรา ตรงไปตรงมากับมัน เรียนรู้ตัวเองใจของตน ทำเป็นไม่รู้อะไรบ้างเพราะว่าคนเราไม่รู้ทุกเรื่อง

บางครั้งเรื่องที่เราไปรู้หรือได้ยินก็ไม่ได้ถูกไปเสียหมด ถึงรู้ก็อาจรู้ไม่จริงรู้ไม่หมดจนกว่าจะได้ไปรับรู้รสสัมผัสด้วยตนเอง

เพราะท้ายที่สุดเราทุกคนเป็นแค่คนเปนปุถุชนสามัญธรรมดาที่ยังต้องเดินอยู่บนเส้นทางของลมหายใจแห่งตน ไม่ต้องสงสัยในความดี ความเลวหรือถูกต้องในการกระทำของคนอื่นมากนัก มันอาจเป็นแค่เพียงเครื่องดักจับพฤติกรรมของคนที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนกับคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสงบเป็นระเบียบแบบแผน ตัวของเราเองจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าอะไรดีอะไรเลว อะไรควรทำไม่ควรทำ จนถึงตอนนี้สิ่งที่ผมรู้ก็คือ ไม่ว่าท่านที่อ่านถึงตรงนี้จะรู้หรือช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยกับสิ่งที่ผมเขียนขึ้นมานี้ ท่านอาจจะเข้าใจเห็นด้วยชอบใจถูกหรือไม่ชอบด่าโต้แย้งอื่นใดในใจมีความสุขขึ้นมาบ้างหรืออ่านแล้วรู้สึกทุกข์อึดอัดปวดท้องปวดหัวจะอาเจียนเพราะไม่รู้เปนไร ก็คงต้องให้ท่านไปหาหมอดูแลตัวเองหรือจะให้ผมไปเปนเพื่อนก็บอกแล้วกันแต่ผมจะไปหรือไม่ประการใด ผมไม่รู้ คงเหมือนศาสนาเต๋าท่านกล่าวว่า เต๋าก็คือความมืดที่แอบแฝงในความมืด ถ้าใครรู้ว่าเต๋าคืออะไร ผู้นั้นก็ไม่รู้จักเต๋า แต่ใครอาจรู้จักพี่เต๋าสมชาย เข็มกลัด

มันก็เป็นเรื่องของตัวท่าน.........................................

เพราะสิ่งที่ผมรู้ คือผมไม่รู้อะไรเลย

Views: 1164

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

Comment by susuwanrhat on August 11, 2010 at 11:07pm
ขอบคุณทุกคนครับ
ที่อ่านและแสดงงข้อคิดความเห็นต่างๆๆๆๆ
ประดามีในตัวในหัวของทุกคน ครับทุกอย่างมีด้านมีเหลี่ยมมีมุมมองตกแตกต่างกันไปครับ

สำหรับทุกความเห็นมีประโยชน์และเพิ่มมิติแห่งการอยู่ร่วมกันสำหรับตัวผมครับ
ยินดีอย่างที่สุดครับ
Comment by Chronos on July 20, 2010 at 7:12pm
เส้นทางของความรู้เริ่มต้นเมื่อเรายอมรับว่า "เราไม่รู้สิ่งนั้นจริงๆ" เราจึงเริ่มแสวงหาเส้นทางไปสู่ความรู้ วิธีคิดแบบโสกราตีสมีประโยชน์ตรงที่กระชากหน้ากาก ความจอมปลอม และการหลอกตัวเองออกเพื่อการแสวงหา แต่ก็ด้วยวิธีการทางตรรกศาสตร์แบบตะวันตก ซึ่งเมื่อเอาปรัชญา แนวคิด แบบตะวันออก แบบพุทธ เต๋า เซ็น ไปจับ มันก็อาจคิดไปคนละด้าน เพราะสัจธรรมแบบตะวันออกคือความว่างเปล่าและ ความจริงทางจิตใจ ไม่ใช่ความจริงด้านสสาร วัตถุที่จับต้องได้

ถึงอย่างนั้นก็ดีกระบวนการทางความรู้แบบตะวันตกก็ครอบงำจิตใจคนไปทั้งหมด เพราะโลกมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความสุขด้านวัตถุมากกว่าอยู่ดี จึงเป็นปัญหาที่เราต้องขบคิดและหาสมดุลย์ให้เจอเพื่ออนาคต
Comment by lana on July 20, 2010 at 5:45pm
บางที ส่ิงที่เราเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ค่ะ

เอาเป็นว่า ถ้าเราไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครก็ดีที่สุดแล้ว
แชรไอเดียกันนะไม่ว่ากัน
ขอบคุณค่ะ
Comment by Nathawut Laorvarakul on July 20, 2010 at 4:41pm
ทำตัวให้เหมือนน้ำ อยู่ในแก้วเราก็เป็นแก้ว อยู่ในหม้อเราก็เป็นหม้อ ถ้ามันร้อนไปก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเพิ่มจนเป็นมหาสมุทร หรือลดลงจะเป็นเพียงละอองน้ำ ก็อยู่ได้ ^ ^
Comment by The Peatles on July 20, 2010 at 4:17pm
คนที่ไม่รู้อะไรเลย จะสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา แต่คนที่ทำเป้นรู้ทุกเรื่อง จะคิดว่ารู้แล้วไม่อยากรู้อีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั่นก็ต้องรู้จักตัวเอง ด้วยยว่าเรารู้แค่ไหนเพื่อจะได้เติมที่เราไม่รู้ได้ ขอบคุณสำหรับ บทความดีๆค่ะ
Comment by OUT OF ORDER on July 20, 2010 at 3:39pm
บางทีคนเราก็แปลกนะครับ บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย เหมือนลืมบางอย่าง รู้สึกเหมือนไม่ได้เรียนหนังสือมายังไงยังงั้นแหละ 555+++
Comment by Nathawut Laorvarakul on July 20, 2010 at 12:53pm
ความรู้ไม่เคยมี และความไม่รู้ก็ไม่เคยมี
Comment by susuwanrhat on July 20, 2010 at 12:04pm
บางครั้งเราก็รู้มากเกินไป...........หรือเสแสร้งแกล้งวางตัวว่ารู้............
อดีต.....ปัจจุบัน......อนาคต......เปนสิ่งที่ผมยังต้องการอยากรู้อยู่......
บางครั้งอยู่แบบคนบ้าที่ไม่รับรู้ไรเลยก็คงดีพอดู.............................ถ้าไม่กัวครัยเรียกว่า
" ไอ้บ้า"
Comment by Nattawutty on July 19, 2010 at 5:17pm
ผมว่า
เราทุกคนรู้จริงแต่ไม่รู้ความจริงต่างหาก....เมื่อหยุดคิด ก็รู้ว่าหยุดคิด ไม่ได้คิดว่าหยุดคิด
Comment by Chronos on July 18, 2010 at 7:16pm
virture is knowledge / สิ่งที่เราพึงรู้คือเราไม่รู้อะไรบ้าง?

© 2009-2021   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service