Right Before I Die: ความตายไม่ได้น่ากลัว...หากเราน้อมรับมันด้วยความสงบ

ซาราห์: “เวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเหลือเกิน...พระเจ้า...มันช่างมีคุณค่าจริง ๆ”

รอยยิ้มที่ยังคงดูสดใส ดวงตาเปล่งประกายวาววับ บ้างก็ฉายแววของความเด็ดเดี่ยวที่ถูกส่งออกมาจากใบหน้าที่ดูสงบเหล่านี้คือภาพถ่ายของผู้ป่วยที่กำลังนอนรอความตาย...น่าทึ่งใช่ไหม?  พวกเขาเหล่านี้ทำใจได้อย่างไร? พวกเขาน้อมรับความตายที่กำลังยืนท้าทายอยู่ที่ประตูแห่งการมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ของพวกเขาอย่างสงบ เยือกเย็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?

Andrew George ช่างภาพจากลอสแองเจลิสนำเสนอภาพถ่ายชุด “Right Before I Die” ภาพถ่ายที่เรียกได้ว่าเป็นภาพอีกชุดหนึ่งที่ทรงพลังมหาศาลที่กระตุ้นเตือนให้เราเรียนรู้การมีชีวิตอยู่พร้อม ๆ ไปกับการสูญเสีย  และเราคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าภาพในชุดนี้นอกเหนือไปจากความความสวยงามของท่วงท่าอันเรียบง่ายเป็นธรรมชาติของตัวผู้ป่วยทั้งชายและหญิงที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนความตายจะมาเยือนนี้มีความสะเทือนใจฟุ้งกระจายอยู่ในแต่ละภาพเต็มไปหมดอีกด้วย  George ได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานชุดนี้ภายหลังการสูญเสียคุณแม่ของเพื่อนสนิทไป ด้วยความรักอย่างท่วมท้นที่เขามีต่อเธอ มันจึงทำให้เขาสนใจที่จะสร้างงานภาพถ่ายกึ่งสารคดีที่จะถ่ายทอดชีวิตช่วงสุดท้ายของผู้คนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนออกสู่สายตาของผู้ชม  ผู้ป่วยทั้งชายและหญิงที่น่ายกย่องรวม 20 ท่านได้กรุณาเป็นแบบให้กับเขาพร้อมทั้งทิ้งข้อความกินใจไว้ให้ อันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านี้เติบโตมาแบบไหน มีทัศนคติต่อการใช้ชีวิตอย่างไร และต้องใช้ความกล้าหาญมากมายขนาดไหนในการยอมรับว่าทุกสิ่งที่เราเห็นว่ามันเป็นความสมบูรณ์และจำเป็นต่อการมีชีวิตของเรานั้น สักวันจักสูญหายไป... และนี่ก็เป็นการตอบคำถามได้ทั้งหมดแล้วว่าพวกเขาน้อมรับความตายอย่างสงบและมีสติขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

อยากจะพูดเหลือเกินว่าภาพถ่ายและคำพูดของผู้ป่วยเหล่านี้คือแบบเรียนของการใช้ชีวิต และการเตรียมตัวเองให้พร้อมของพวกเราที่ยังคงมีชีวิตโลดแล่นอยู่บนโลกใบนี้อีกวิธีหนึ่ง--เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีคุณค่า มีความสุข ทำในแต่ละวันให้ดีที่สุดและเต็มที่กับมัน ขณะเดียวกันก็เรียนรู้ที่จะไปจากโลกนี้หากวันนั้นมาถึงอย่างมีสติและสงบ และหากความตายมาเยือนเราหรือคนที่เรารักเข้าสักวัน..เราคงพูดได้เฉกเช่นเดียวกับพวกเขาว่า “ความตายไม่ใช่สิ่งกลัวอย่างที่เราคิดนักหรอก!!”

เรเน: “ไม่มีอะไรอะไรเทียบได้กับความสุขในชีวิต  สิ่งที่เราเรียกว่าความสุขก็คือการส่งต่อ สิ่งที่เรามีคือสิ่งที่เราเป็น และเป็นสิ่งที่เราได้ให้กับช่วงเวลานั้น ๆ”

อีดิคเซีย: “ฉันรักที่จะลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับได้ยินเสียงนกเหล่านี้ร้องข้าง ๆ หน้าต่าง...พวกมันมีกันหลายตัว และกำลังร้องเพลง—นั่นคือความหมายของการมีชีวิตสำหรับฉัน และฉันยังรู้สึกได้ถึงยามที่พระอาทิตย์ต้องผิวกายด้วยนะ”

โจสฟีนา: “ชีวิตก็เปรียบเหมือนห้องที่รอคอยความตาย  เราแค่เดินผ่านมันไปเท่านั้นเอง เรารู้ดีตั้งแต่เกิดแล้วว่าถึงอย่างไรก็ต้องตายเพียงแต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไรและอย่างไร  ตอนนี้ฉันรู้สึกสงบ เบาสบาย เพราะฉันรู้ดีว่าฉันกำลังจะตาย  ดังนั้น ในทุก ๆ คืนฉันจะบอกกับพระเจ้าว่า ‘ท่านรู้ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ และฉันก็ไม่กลัวความตายหรอก...ฉันได้อยู่อย่างมีความสุขมาหลายปีแล้วล่ะ’”

ชัค: “เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตผม?” และที่ยอดเยี่ยมเหนือสิ่งอื่นใดก็คงจะเป็นตอนที่ผมได้แต่งงานกับ Sally ผู้ซึ่งกลายมาเป็นภรรยาของผมตลอด 35 ปี”

คิม: “ฉันไม่กลัวที่จะตาย—ฉันกลัวแค่ว่าฉันจะต้องทำอย่างไรเพื่อจะได้ไปถึงจุดนั้น”

จอห์น: “ยามที่ผมนึกถึงความตาย ...มันเหมือนเป็นการเริ่มต้นการปลดปล่อยความเจ็บปวดทางใหม่ของชีวิต”

เอเบล: “ผมรู้สึกคล้ายกับว่าประตูกำลังจะเปิด ...เราก็แค่กลับไปยังที่ ๆ พาให้เรามาอยู่ตรงนี้ยามเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ—มันง่ายแบบนั้นแหละ หากมันไม่ใช่ความจริงก็คงเป็นเรื่องตลกแล้วล่ะ

แวนดา: “ฉันไม่รู้ว่าในนาทีต่อนาทีนั้นชีวิตของฉันจะเป็นอย่างไร แต่ฉันก็ไม่กลัว  ฉันอยู่ได้อย่างสงบเพราะว่าฉันได้ทำในทุกสิ่งที่ฉันอยากทำแล้ว และฉันก็พยายามจะเป็นคนดีที่สุดเท่าที่ฉันรู้ว่าฉันจะเป็นได้” 

เนลลี: “ฉันไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานอีกแค่ไหน---อาจจะแค่วันนี้?  บางทีพรุ่งนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายของฉัน? ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน  แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็มีความสุข และไม่เสียใจเลยแม้ว่าจะเหมือนอยู่ในนรก  เท่าที่ฉันรู้ ตอนนี้ฉันประสบความสำเร็จในสิ่งที่ฉันควรจะได้เป็นในชีวิตของฉันแล้ว”

โอดิส: “ครั้งสุดท้ายที่คุณปิดฝาหีบศพนั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณเสียใจมากที่สุดที่คุณทำได้  คุณแตกสลาย...มันแตกสลายเลยล่ะ  ฉันน่ะฝังลูกมาสามคนแล้วที่ฟีนิกซ์ (Phoenix) และสามีทั้ง 4 คนก็ตายหมดแล้ว”

โดนัลด์: “ความรักที่งดงามจะดำเนินไป...ดำเนินไป.และดำเนินต่อไป นั่นคือวิธีที่จะรัก  ความรักของผมยิ่งใหญ่มากนะ แม้กระทั่งตอนที่ภรรยาเก่าผมรักกับผู้ชายอื่นและได้แต่งงานใหม่ไป...ผมก็ยังคงรักเธอ  คุณต้องรู้อยู่เสมอว่าคุณไม่สามารถรั้งทุกสิ่งไว้ได้  ก็แค่ปล่อยให้มันค่อย ๆ เคลื่อนออกไปเท่านั้นเอง”

ซารา: “ฉันคิดว่าการที่ได้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักจะทำให้คนเราให้ความรักกลับไป  คุณต้องให้ความรักไปเพื่อที่จะได้รับความรักกลับมา คุณต้องเป็นคนดี ไม่คาดหวังว่าจะได้รับอะไรเป็นสิ่งตอบแทน ...คุณทำเพราะว่ามันมาจากข้างในของคุณเอง”

ราล์ฟ: “มันช่างวิเศษเหลือเกิน...ช่างเป็นการเดินทางที่วิเศษจริง ๆ” 

[ Via: rightbeforeidie.com ]

Views: 303

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2017   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service