Post-Mortem Photography: เมื่อคนตายถูกถ่ายภาพ!!!

เรามักได้ยินกันว่าวิธีการเก็บเรื่องราวของบุคคลที่เรารักให้คงอยู่กับเราไปตราบนานเท่านานที่ดีที่สุดคือการเก็บไว้ในภาพแห่งความทรงจำ แต่เมื่อโลกวิวัฒนาการไปอย่างต่อเนื่อง วิธีการเก็บภาพเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดแค่เพียงภาพจำในหัวอีกต่อไป บ้างก็ถูกเก็บไว้ในภาพเขียนหรือภาพถ่าย ที่สำคัญภาพของบุคคลที่เรารักจะไม่ถูกจำกัดแค่เพียงขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ นี่จึงเป็นที่มาของวัฒนธรรมการถ่ายภาพที่ดูออกจะแปลกประหลาดทว่าสวยงามที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยหนึ่ง 

Post-Mortem Photography หรือที่เรียกกันว่า Memorial Portraiture คือการถ่ายภาพบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วไว้เป็นที่ระลึกไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นคนในครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งบุคคลสำคัญ ฯลฯ การถ่ายภาพประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นกลางที่ต้องการถ่ายภาพบุคคลอันเป็นที่รักเก็บไว้ หลังจากมีการคิดค้นวิธีการถ่ายภาพแบบ Daguerreotype (ดาแกโรไทป์ – คือการถ่ายภาพโดยใช้โลหะเงินบนแผ่นทองแดง ทำได้โดยนำเงินมาอังด้วยไอของไอโอดีนก่อนใช้ถ่ายภาพ แล้วจึงนำไปอังด้วยไอปรอทอีกทีจึงจะได้ภาพออกมา วิธีการถ่ายภาพแบบใหม่นี้ถูกประดิษฐ์และคิดค้นโดย Jacques Daguerre ในปี ค.ศ. 1839) การถ่ายประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องมาจากราคาถูก รูปมีคุณภาพสูงและรวดเร็วกว่าการเขียนภาพเหมือน (Painted Portrait) และแม้การเขียนภาพบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วจะมีมานานนับศตวรรษ แต่ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวไปจึงทำให้วิธีการถ่ายภาพที่ว่าเป็นที่นิยมมากกว่า จนแทบเรียกได้ว่า “เป็นแฟชั่นแห่งยุควิคตอเรียน” เลยก็ว่าได้

Post-Mortem Photography จะมีทั้งการถ่ายแบบ close up เฉพาะใบหน้าหรือถ่ายแบบเต็มตัว ร่างของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว(ศพ)ที่นำมาถ่ายภาพจะมีลักษณะเหมือนคนนอนหลับ หรือมีการจัดวางท่าทางให้ดูเหมือนยังมีชีวิตอยู่ โดยอาจจะจัดท่าทางให้นอนอยู่บนที่นอนที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้หรือการประดับประดาอย่างสวยงาม บ้างก็อลังการ เช่น ภาพถ่ายของ King Ludwig II แห่งบาวาเรีย หรือนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่นพร้อมของเล่นชิ้นโปรดแต่เพียงลำพัง พร้อมกับสมาชิกในครอบครัว คงไม่มีปัญหาถ้าร่างนั้นต้องถ่ายภาพกับคนในครอบครัว แต่ถ้าหากต้องถ่ายเพียงลำพังการจัดวางท่าทางก็ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษ เช่น ใช้ไม้หรือวัสดุอื่น ๆ มาช่วยค้ำ หรือไม่ผูกติดกับวัสดุที่ว่านั้น หรือแม้กระทั่งต้องมีคนช่วยประคองร่างให้ได้ท่าทางตามที่ต้องการ  แต่เทคนิคที่มหัศจรรย์ที่สุดในยุคนั้นก็คือการหาวัสดุมาค้ำเปลือกตา (ยันลูกตา) เพื่อให้ดูเหมือนว่ากำลังลืมตาอยู่ หรือแม้กระทั่งใช้วิธีเขียนลูกตาลงไปบนภาพเพื่อให้ภาพถ่ายที่ออกมาดูมีชีวิตชีวาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  การถ่ายภาพประเภทนี้ส่วนมากจะไม่นิยมนำโลงศพเข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วย มีพบบ้างแต่ก็ไม่มากนัก เรายังพบอีกว่าการถ่ายประเภทนี้ในช่วงแรก ๆ จะมีการนำเอาสีชมพูอ่อน ๆ มาแต่งแต้มที่แก้มของศพให้เป็นสีสันพอสวยงามด้วย และเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าในยุควิคตอเรียน (Victorian Era) อัตราการตายของเด็กและทารกมีสูงมากอันเนื่องมาจากสุขอนามัย ภาพถ่ายที่ตกมาให้เราเห็นกันในปัจจุบันนี้จึงเป็นภาพของเด็กทารก หรือเด็กเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่  และในสมัยนั้นเองก็ได้มีการคิดค้นภาพแบบ Carte de Visite (ภาพเล็ก ๆ ที่ปรากฏอยู่บนการ์ด) จึงทำให้สามารถนำไปอัดแจกจ่ายให้กับบรรดาญาติในครอบครัวไว้เป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

การถ่ายภาพประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะแถบทวีปยุโรป และค่อย ๆ สูญหายไปตามกาลเวลา แต่ปัจจุบันพบว่ายังคงได้รับความนิยมในบางพื้นที่ เช่น แถบยุโรปตะวันออก รวมไปถึงชาวคริสเตียนนิกายออโธดอกทางแถบตะวันออก

[ Via: Taringadesveladoyaburridopbaseklykercvltnationmourningportraitscpanet ]

Views: 3885

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

Comment by Daydreamer on January 12, 2014 at 8:29pm

คุณ Keng... ค่ะแอบหลอน แต่มันก็เจือไปด้วยกลิ่นของเศร้าของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักด้วยเหมือนกันนะคะ 

Comment by Keng on December 7, 2013 at 11:56am

หลอนมากครับ

Comment by Daydreamer on November 8, 2013 at 2:53pm

ไม่ชอบ กลัว หรือว่าเศร้าคะ?? :)

Comment by auaik on November 8, 2013 at 1:35pm

T_T

© 2009-2017   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service