Polar Bears & Magnificent Glowing Sunset: อาทิตย์อัสดงอันเรืองรองกับหมีขั้วโลก

ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้เห็นภาพของหมีขั้วโลก (หรือหมีขาว) ตัวมหึมาในลักษณะท่าทางเช่นนี้ปรากฏสู่สายตาของสาธารณะ ภาพของพวกมันที่กำลังดื่มด่ำแสงอันเรืองรองของอาทิตย์อัสดงในดินแดนขั้วโลกเหนือหรืออาร์กติกเช่นที่กำลังเห็นอยู่นี้ เพราะโดยปกติแล้วช่างภาพส่วนใหญ่มักเลือกที่จะถ่ายภาพของหมีขั้วโลกภายใต้ธรรมชาติซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งก็ไม่พ้นภาพที่พวกมันกำลังเกลือกกลิ้งอย่างสนุกสนานไปบนหิมะหรือกำลังว่ายน้ำเพื่อยืดเส้นยืดสายโดยมีฉากหลังเป็นสีขาวโพลนของฤดูหนาวที่เปรียบดังสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับขั้วโลกเหนือรวมถึงแถบอลาสกานี้มาอย่างช้านาน

แต่นั่นไม่ใช่เป็นกฎตายตัว เมื่อ Sylvain Cordier ช่างภาพชาวฝรั่งเศส วัย 67 ปี บันทึกภาพห้วงเวลาที่สุดแสนจะวิเศษของครอบครัวหมีขั้วโลกขณะที่พวกมันกำลังอยู่ต่อหน้าดวงอาทิตย์อัสดงที่งดงามอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอาไว้ได้ด้วยความบังเอิญที่ The Arctic National Wildlife Rufuge ในรัฐอลาสกา Cordier ใช้เวลาไปถึง 3 อาทิตย์บนเรือในการติดตามแม่หมีขั้วโลกและลูก ๆ อีก 2 ตัว เพื่อที่จะถ่ายภาพชีวิตในแต่ละวันของพวกมัน และจากการสังเกตแสงสีของท้องฟ้ายามค่ำ ณ ดินแดนอันขาวโพลนแห่งนี้ เขาพบว่ามันสวยงามมากมายเพียงใด และในค่ำวันหนึ่งท้องฟ้าสวยงามเกินคำบรรยายกว่าค่ำวันไหน ๆ เขาได้แต่หวังว่าเจ้าหมีพวกนั้นจะเคลื่อนตัวมายังจุดที่เขาคิดไว้ในใจเพื่อให้ได้มีอากาสบันทึกภาพเก็บเอาไว้สักครั้ง และราวปาฏิหาริย์..พวกมัน 3 ตัว เข้ามาอยู่ในจุดนั้นจริง ๆ มันนั่งลงพร้อมกับค่อย ๆ สังเกตุความเป็นไปของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าอย่างช้า ๆ สงบ เงียบ เนิ่นนาน นั่นจึงเป็นโอกาสดีของ Cordier ที่ทำให้เราได้มีส่วนในการชื่นชมบรรยากาศที่สุดแสนพิเศษจากภาพถ่ายชุดนี้ของเขาไปด้วย

จากภาพถ่ายชุดนี้ ไม่รู้ใครรู้ว่าพวกมันคิดอะไรขณะที่นั่งลงเงียบ ๆ และเหม่อมองไปยังลำแสงสุดท้ายแห่งอาทิตย์อัสดงอันงดงามนั้น พวกมันอาจจะรู้สึกสงบและผ่อนคลาย หรือ...อาจจะเกิดสัญชาตญาณบางอย่างขึ้นในใจอย่างที่พวกสัตว์เป็นกันว่าห้วงเวลาอันสวยงามแบบนี้คงจะอยู่กับพวกมันอีกไม่นานนัก เพราะจากการที่ขั้วโลกเหนืออุ่นขึ้นและน้ำแข็งขั้วโลกละลายอันมีสาเหตุมาจากสภาวะโลกร้อนที่มนุษย์ก่อขึ้นอย่างที่เราทราบกันดี ทำให้ความสมดุลของความร้อนระหว่างขั้วโลกเหนือและเส้นศูนย์สูตรเปลี่ยนแปลงไป นักวิทยาศาสตร์ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดได้อธิบายว่าแม้อุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้นเพียง 1 องศา แต่ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ และสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้ก็คือการที่น้ำแข็งขั้วโลกเหนือในขณะนี้ลดจำนวนลงเป็นอย่างมากทำให้ลดการสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์จนทำให้โลกได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ยังไม่นับรวมกับการเพิ่มขึ้นของระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ความรุนแรงของปรากฎการณ์นี้ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก  ว่ากันว่าสิ่งนี้มีโอกาสเพิ่มความถี่ในการเกิดโพลาร์ วอเทกซ์  (Polar Vortex) หรือลมวนขั้วโลก ซึ่งตามปกติแล้วจะหมุนวนอยู่ที่แถบขั้วโลกเหนือในลักษณะทวนเข็มนาฬิกา และเคลื่อนตัวลงมาที่ต่ำสุดบริเวณประเทศแคนาดา แต่ในปีนี้กลับพัดลงมาที่ละติจูดต่ำลงถึงตอนกลางของสหรัฐอเมริกา และในหลายรัฐของอเมริกามีอุณหภูมิติดลบระดับขั้วโลก แม้กระทั่งประเทศไทยเองก็ยังได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นที่มาเยือนนี้อย่างต่อเนื่องเมื่อช่วงต้นปี2557 ที่ผ่านมา  นี่คือปรากฏการณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอาร์กติกนั้นไม่ได้อยู่แค่เพียงในอาร์กติกเสียแล้วแต่มันจะส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก และหากเราสูญเสียทะเลน้ำแข็งอาร์กติกไปจนหมดสิ้นมันก็จะยิ่งทวีความรุนแรงของวิกฤตโลกร้อน นั่นแปลว่าการที่อาร์กติกกำลังหลอมละลายอยู่นี้จะส่งผลอันมหาศาลต่อโลกใบนี้อย่างใหญ่หลวงนัก

และหากครอบครัวหมีขั้วโลกกำลังคิดและรู้สึกแบบนี้อยู่ เพียงแต่ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดให้พวกเรารับฟังไม่ได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากยิ่งกว่าการที่วันหนึ่งเราจะไม่ได้เห็นภาพของพวกมันท่ามกลางแสงเรืองรองของอาทิตย์อัสดงที่สวยงามแบบนี้อีกต่อไป

[ Via: Sylvain Cordier ]

Views: 550

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2017   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service