Incredible Mandalas: ปริศนาธรรมที่แฝงอยู่ในมันดาลา

ลองจินนาการดูว่า จะต้องใช้จิตที่ละเอียด ความศรัทธา ความเพียรพยายาม และสมาธิแน่วแน่ขนาดไหนจึงจะสร้างงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความละเอียดสูงขนาดนี้ได้สักชิ้น  แต่นักบวชทิเบตจากวัดเดรปุง (Drepung Loseling Monastery) ในประเทศอินเดียกลุ่มหนึ่งที่กำลังเปิดการแสดงอยู่ที่ The Crow Collection of Asian Art ที่ดัลดัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ประจักษ์แล้วว่าความเพียรพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จจักอยู่ที่นั่น

เพื่อเป็นการส่งเสริมความสงบและสันติสุขซึ่งจะช่วยเยียวยาโลกใบนี้ นักบวชกลุ่มนี้จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจบริกรรมเจริญภาวนาทุกขณะจิตทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน—วันแล้ววันเล่า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า เริ่มต้นจากการขึ้นแบบร่างบนแท่นวาง แล้วจึงบรรจงเทเม็ดทรายหลากหลายสีผ่านกรวยโลหะแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า chakpur ที่ค่อย ๆ วิ่งไหลลงไปบนแบบที่ร่างไว้กระทั่งออกมาเป็นงานอันวิจิตรบรรจงและมีคุณค่าอย่างสูงในเชิงพุทธศิลป์ที่เราเห็นกันอยู่นี้

คำว่า “มันดาลา” มาจากภาษาสันสกฤต “มันดา (manda)” แปลเป็นภาษาทิเบตคือ “kyil-khor” มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า “ซึ่งล้อมรอบจุดศูนย์กลาง” โดยใช้ความหมายควบคู่ไปกับคำว่า”โพธิ” หรือการตื่น การบรรลุธรรม ซึ้งชี้ถึงสถานที่นั่งภายใต้ต้นโพธิ์ที่ซึ่งการตรัสรู้อย่างสมบูรณ์ได้เกิดขึ้น  ส่วนคำว่า “ลา (la)” หมายถึง “วงล้อที่หลอมรวมแก่น” ดังนั้น “มันดาลา” จึงแปลรวมกันว่า “ที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ ในขณะรู้แจ้ง” นั่นเอง  ชาวทิเบตเชื่อว่า มันดาลาคือ จักรวาลอันบริสุทธิ์ ที่ซึ่งสิ่งประเสริฐทั้งมวลถูกรวมไว้อยู่ภายในวงกลมศักดิ์สิทธิ์เพื่อถวายเป็นพุธบูชาและถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลยิ่ง เป็นการแสดงออกแห่งภาวะของการรู้แจ้งอย่างถ่องแท้ และบ่อยครั้งถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำสมาธิ การสร้างมันดาลาถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยมีการสร้างไว้ในหลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นที่ถือเป็นสุดยอดของการสร้างมันดาลาก็คือ มันดาลาทราย ซึ่งเป็นการสร้างด้วยศิลปะการเพนท์ทรายโดยคณะชี นักบวช หรือลามะผู้ชำนาญและได้รับการฝึกฝนเฉพาะทางมาเป็นเวลานาน เพราะการสร้างมันดาลาชนิดนี้จำต้องอาศัยทักษะและฝีมือเชิงหัตถศิลป์ชั้นสูง และผู้ที่ทำมันดาลาฝีมืดีที่สุดก็คือนักบวชจากอินเดีย เนปาล และทิเบต

เชื่อกันว่ามันดาลาสามารถปลุกจิตวิญญาณภายในซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในตัวมนุษย์ได้ การเพ่งไปที่ภาพวาดมันดาลาจะช่วยเปิดจิตที่หยั่งรู้ภายในให้ส่วนดีที่สุดในตัวเราแสดงออกมา หยั่งราก และเจริญงอกงาม  และธรรมเนียมของการสร้างมันดาลาทรายของพุทธศาสนามหายานก็คือ เมื่อสร้างแล้วก็ต้องการทำลายทิ้ง ซึ่งเป็นการกระทำเชิงสัญญลักษณ์ที่สื่อถืงความไร้แก่นสาร และความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต ดั่งปริศนาธรรมที่แฝงอยู่ในมันดาลาทรายนี้ คือ “ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรยั่งยืน  สังขารไม่เที่ยง”  หลังการทำลายทรายจะถูกรวบรวมไว้ ส่วนหนึ่งจะแจกจ่ายให้แก่ผู้ร่วมงานเมื่อจบพิธี และอีกส่วนที่เหลือจะถูกนำไปทิ้งลงสู่แหล่งน้ำเพื่อเป็นการกระจายพรแห่งการบำบัดรักษาออกไปสู่ผู้อื่น  

[ Via: Mandala ]

Views: 4789

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2017   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service