SCREAM
หยุดการใช้แรงงานเด็ก
สนับสนุนสิทธิของเด็กผ่านการศึกษา ศิลปะ และสื่อ
โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ
จุดมุ่งหมาย : เพื่อจัดทำบทและแสดงละครเกี่ยวกับแรงงานเด็ก
ประโยชน์: ให้เด็กได้แสดงความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ด้วยการแสดงละครอย่างทรงพลังและมีความหมาย สร้างเวทีเพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและมีความตระหนักรับรู้เรื่องการใช้แรงงานเด็ก
กรอบเวลา:
เวลาสอน 6 คาบ บวกเวลาสำหรับซ้อมและแสดงละคร
ข้อสังเกตสำหรับผู้ใช้
ชุดการเรียนรู้นี้เสริมชุดการเรียนรู้เรื่องภาพลักษณ์ เรื่องบทบาทสมมุติ และเรื่องการเขียนแนวสร้างสรรค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการต่อยอดสิ่งที่กลุ่มได้เรียนรู้ผ่านการแสดงอารมณ์ในชุดการเรียนรู้เรื่องภาพลักษณ์ การแสดงออกทางวรรณศิลป์เบื้องต้นในชุดการเขียนแนวสร้างสรรค์ ตลอดจนการเตรียมการและเตรียมแสดงละครในชุดการเรียนรู้เรื่องบทบาทสมมุติ ฉะนั้น จึงไม่แนะนำให้ใช้ชุดเรียนรู้นี้เร็วเกินไป หรือก่อนที่จะได้เรียนรู้ชุดเรียนรู้ในสามเรื่องดังกล่าว
ในบางประเทศ เด็กวัยรุ่นโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นชาย รู้สึกว่าไม่ทำตามเพื่อนไม่ได้และกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เคยแสดงละครมาก่อน ดังนั้นท่านจะต้องตระหนักถึงปัญหาเชิงจิตวิทยานี้ และช่วยประคับประคองด้วยความเข้าใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งช่วยได้โดยภาพลักษณ์ ประการแรกให้เด็กสวมบทบาทของแรงงานเด็กและเขียนแนวสร้างสรรค์เพื่อสร้างและแสดงอารมณ์ ขอความร่วมมือจากกลุ่ม ท่านต้องอย่าบอกว่าเด็กต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ |
แรงจูงใจ
ผลการวิจัยบ่งชี้ว่าละครสามารถพัฒนาและทำให้เกิดการเรียนรู้โดยผ่านประสบการณ์การแสดงละคร หากเด็กปฏิบัติตามแนวทางที่ให้ไว้ต่อไปนี้ เด็กจะได้พบมุมมองใหม่เกี่ยวกับชีวิตและตัวเองได้มากขึ้น
หัวใจของการละคร คือ การสร้างเรื่องโดยมีผู้แสดง การผูกเรื่องก็ต้องมีโครงเรื่อง (อันได้แก่การกระทำและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน) โดยมี “แก่นเรื่อง” (จุดเน้นของเรื่องที่ชวนให้คิดต่อ) ในกรณีนี้แก่นเรื่องคือ การใช้แรงงานเด็กจากชุดการเรียนรู้เรื่องบทบาทสมมุติ กลุ่มจะเริ่มเข้าใจว่าแรงงานเด็กมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ในขณะที่ชุดการเขียนแนวสร้างสรรค์ก็จะได้ปูพื้นเรื่องการเขียนบทไปแล้ว ตอนนี้ กลุ่มจะต้องมีความรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของโครงการและรับผิดชอบโครงการต่อไปด้วยการสร้างบทละครขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นเรื่องที่กลุ่มสร้างขึ้นเอง ใช้วิสัยทัศน์และภาษาของกลุ่มเอง
ชุดการเรียนรู้นี้ช่วยสร้างอารมณ์และบุคลิกภาพในอีกระดับหนึ่ง เด็กจะใช้การแสดงละครเป็นเครื่องมือแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงการเรียนการสอน หัวใจของละครคือ”เนื้อเรื่อง” ที่สร้างสรรค์ขึ้นจากโลกของจินตนาการ โดยมีตัวละครแสดงบทบาทตามสถานการณ์จนถึงที่สุด สมาชิกกลุ่มจะต้องสวมบทบาทของตัวละครและแสดงออกทั้งทางกายภาพ อารมณ์ และภูมิปัญญาของตัวละครนั้น ๆ การกระทำในละครเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวละคร การดำเนินเรื่องและเวลาก็คือการนำเสนอ “ใคร อะไร และเมื่อไร” ที่ประกอบกันขึ้นเป็นบทละคร ส่วนสถานที่นั้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น ณ “ที่ใด” เรื่องต้องมีที่มาที่ไป
ละครคือประตูพิเศษที่นำไปสู่การเรียนรู้โดยสร้างมิติใหม่แห่งความรู้ซึ่งยากจะเข้าถึงได้ ทำให้เห็นว่าในโลกที่มีความเชื่อมโยงของเรานี้ การละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่นการใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น”ที่ไหนก็ไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวกับเรา” เราจะต้องช่วยกันเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรมและความเข้าใจของคนทั่วไปในเรื่องการใช้แรงงานเด็กไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใดหรือเขตเศรษฐกิจใดก็ตาม ละครและศิลปะคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้ชุดนี้ คือ ให้เด็กและเยาวชนมีความเข้าใจว่าจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มจากภายในตัวตนของแต่ละคนก่อนและก้าวพัฒนาสู่ภายนอก การเรียนรู้ชุดนี้จะสร้างความเข้าใจมากยิ่งขึ้นโดยผ่านตัวละครและการแสดงฉากต่าง ๆ ซึ่งเด็กเป็นผู้รังสรรค์ขึ้น เด็กจะใช้ละครเพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนนอก (ผู้ชม) ได้รับรู้ ซึ่งเป็นการสร้างจิตสำนึกและดึงชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมได้เป็นทวีคูณ
สิ่งที่จะต้องใช้
เช่นเดียวกับชุดการเรียนรู้อื่น ๆ เราไม่ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรมากนัก ดังนั้นกลุ่มจึงไม่ต้องทำละครที่ต้องใช้เวที สิ่งก่อสร้างหรือระบบแสงเสียงที่หวือหวา เนื้อเรื่องอาจเป็นเรื่องชีวิตของแรงงานเด็กที่แทบจะไม่มีอะไรเป็นของตนเอง เด็กมีชีวิตและทำงานในสภาพแร้นแค้น ละครจึงควรสะท้อนความจริงข้อนี้ให้เด่นชัด
กลุ่มควรใช้ทรัพยากรเท่าที่มี ถ้าโชคดี กลุ่มอาจได้โรงละครหรืออย่างน้อยก็เวทีอะไรสักแห่งหนึ่งที่ใช้ซ้อมและแสดงละครได้ หรือห้องโถงหรือห้องใหญ่สักห้องหนึ่งก็ได้ งานบางส่วนจะต้องทำในรูปชั้นเรียน เช่น งานเขียนบทละคร บทจะเป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง ในบางกรณีหากสภาพอากาศเอื้ออำนวยกลุ่มอาจไปทำงานในที่เงียบสงบสักแห่งหนึ่งก็ได้ ในชุดการเรียนรู้นี้ กลุ่มต้องทำงานร่วมกันดังนั้นจึงไม่ต้องมีการแบ่งกลุ่มหรือแยกกันทำงาน
ข้อสังเกตสำหรับผู้ใช้
ในชุดการเรียนรู้นี้ ท่านและกลุ่มต้องออกแรงกันมาก ดังนั้นต้องหยุดพักระหว่างการเขียนบทและการซ้อมบ่อย ๆ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เด็กอายุยังน้อยมีสมาธิทำงานได้นาน ๆ จึงต้องมีการหยุดพักและสนุกสนานกันบ้าง มิฉะนั้นเด็กจะรู้สึกไม่อยากทำงานอีก การหยุดพักบ่อยครั้งจะช่วยให้เด็กรักษาสมาธิและซึ้งใจที่ท่านเป็นห่วงสุขภาพและความเป็นอยู่ของเขา ให้เด็กมีเวลาออกกำลังกายและกินอยู่อย่างเหมาะสมในช่วงที่ซ้อมเพื่อไม่ให้เด็กหมดแรง ก่อนการแสดงต้องให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ในการเรียนรู้ชุดนี้ บอกให้เด็กรักษาสุขภาพและอย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวท่านเองด้วย
|
เตรียมความพร้อม
หากเหมาะสมและเป็นไปได้ ควรมีการศึกษาค้นคว้าภูมิหลังของการแสดงละครเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน ในกรณีที่การละครเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรปกติ ก็น่าจะมีตำราเพื่อการศึกษาและนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอนในชุดการเรียนรู้นี้ได้ หากไม่อยู่ในหลักสูตร ตามห้องสมุดสาธารณะหรือสถาบันการศึกษาหรือแม้กระทั่งในอินเตอร์เน็ต ท่านก็น่าจะหาข้อมูล หนังสือ คู่มือ ตำราเรียนมาศึกษาได้ หรือท่านอาจรู้จักคนที่มีประสบการณ์ด้านการละครเพื่อการศึกษาที่เต็มใจจะให้ท่านยืมเอกสารอ้างอิงและสนับสนุนการทำงานในชุดการเรียนรู้นี้
การสนับสนุนจากภายนอก
หากท่านไม่ใช่ครูสอนการละครผู้มีประสบการณ์หรือไม่เคยทำงานในงานละครหรือโรงละครมาก่อนหรือไม่ใช่ผู้มีใจรักศิลปะด้านนี้ ท่านควรหาแหล่งสนับสนุนจากภายนอกสำหรับชุดการเรียนรู้นี้ ไม่ว่าท่านจะเก่งเพียงใด ถ้าหากได้พูดคุยกับผู้มีประสบการณ์หรือได้คำแนะนำจากมืออาชีพ ก็จะเป็นประโยชน์มาก
การหาแหล่งสนับสนุนจากภายนอกนั้น จะมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของกลุ่มในการทำงานละครชิ้นนี้ เช่น หากต้องแสดงละครให้ผู้อื่นชมด้วยเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมงานของกลุ่ม (ซึ่งก็ควรต้องเป็นเช่นนั้น) ท่านและกลุ่มจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งหากได้คำแนะนำเรื่องการเขียนบทจากมืออาชีพด้านการเขียนบทและการแสดงละคร นักละครมืออาชีพยังอาจช่วยในเรื่องศิลปะการเขียน ซึ่งก็จะดีต่อตัวมืออาชีพเองด้วย ในกรณีที่ท่านเคยได้รับความช่วยเหลือในชุดการเรียนรู้เรื่องการเขียนแนวสร้างสรรค์และเรื่องบทบาทสมมุติ ท่านควรติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้นอีก หากคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านและกลุ่ม
โปรดระลึกด้วยว่าแม้ท่านจะติดต่อขอความช่วยเหลือจาก”มืออาชีพ”ด้านการละคร แต่มิได้หมายความว่าท่านจะต้องจ่ายค่าสมนาคุณเสมอไป จริงอยู่ ทุกคนต้องทำมาหากินและควรได้รับค่าตอบแทนจากการทำงาน แต่หากท่านหรือบางคนในกลุ่มรู้จักมืออาชีพซึ่งเป็นบุคคลผู้รักความยุติธรรมในสังคม เขาก็อาจให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจโดยไม่คิดค่าตอบแทนหรือคิดในอัตราลดพิเศษ จงอย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือและอธิบายให้เขาเข้าใจแก่นของโครงการนี้ ลองทำดู อาจได้ผล
Views: 207
Tags: งานแปลอังกฤษเป็นไทย
© 2013 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!
Join PORTFOLIOS*NET